:: เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง! ‘กระทรวงสาธารณสุข’ รีไฟแนนซ์ 4.4 หมื่นล้าน สร้างอำนาจใหม่ต่อรองแบงก์
   วันที่ 08 มี.ค. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 648 ครั้ง |

           “เราเชื่อว่า สิ่งใดพัฒนาได้สิ่งนั้นต้องวัดได้ จึงเลือก HAPPINOMETER 9 มิติ เอามาหาจุดที่อ่อนที่สุดคือ ปัญหาการเงิน และมองถึงจุดที่ดีที่สุดคือ เรามีคนทำงานที่มีจิตวิญญาณดี รักองค์กร และมองว่ากระทรวงสาธารณสุข เป็นองค์กรที่ดี”

                                                                                               -  ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 

           เป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เมื่อวันดีคืนดี แม่ทัพใหญ่ “กระทรวงสาธารณสุข” ลุกขึ้นมา ขอรีไฟแนนซ์ ยอดหนี้ 44,666 ล้านบาท จากวงเงินหนี้สินครัวเรือนทั้งหมด 95,957,348,248 ล้านบาท ของคนสาธารณสุขที่มีอยู่ทั่วประเทศ 421,342 คน

           การที่กระทรวงสาธารณสุขตัดสินใจดีดตัวเองขึ้นมาปฏิวัติดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพราะอยากดัง หรืออยากทุบหม้อข้าวสถาบันการเงิน ให้โดนหมั่นไส้เล่น แต่ต้องการมุ่งแก้ปัญหาใหญ่ ทางด้านเงินๆ ทองๆ ของคนทำงาน ด้วยการ “คิดใหญ่ ทำใหญ่” ยอมเหนื่อยทีเดียวแล้วจบ

           กลางปีที่แล้ว (2560) กระทรวงสาธารณสุข ตกลงใจใช้มาตรความสุข HAPPINOMETER” มาวินิจฉัยสุขภาพความสุขของคนในองค์กร 9 มิติ ผ่าน 68 ตัวชี้วัด ผลปรากฏว่า

            ภาพรวมความสุขของคนในกระทรวงสาธารณสุขกว่า 4 แสนคน อยู่ที่ตัวเลข 62.60%

           ถ้ามองแค่ตัวเลขนี้ ก็ถือว่าคนกระทรวงนี้มีความสุขอยู่ในระดับที่ใช้ได้ เพราะงานให้บริการที่เกี่ยวข้องกับทุกข์สุขของผู้คน เวลากินคนทำงานแทบไม่ได้กิน เวลานอนคนทำงานแทบไม่ได้นอน แต่ก็ยังอุตส่าห์มีความสุขอยู่ได้

            แสดงว่าองค์กรต้อง “มีดี” อยู่กับตัว ไม่ใช่น้อย

           อย่างไรก็ดี ความสุขของคนทำงานในกระทรวงสาธารณสุข 62.60% ยังไม่สามารถหยุดความพึงพอใจของผู้บริหารไว้ได้ เจ้ากระทรวงฯ จึงพยายามค้นหาต่อว่า 9 มิติความสุข ในกรอบของ HAPPINOMETER ยังมีจุดอ่อนอะไรอีกบ้าง? ที่ควรค่าแก่การปรับปรุง

           ผลการทำแบบประเมิน ระหว่างวันที่ 18 เม.ย.-30 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 298,802 คน พบว่า มิติความสุขในด้านจิตวิญญาณดี มีคะแนนสูงสุด 70.47% ขณะที่มิติความสุขด้านสุขภาพเงินดี ได้คะแนนน้อยสุด 50.65%

           คะแนนความสุขด้านสุขภาพเงินดี ที่เกือบสอบตกเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของดีลหมื่นล้าน ที่สร้างอำนาจใหม่ถอดด้ามให้กระทรวงสาธารณสุขไปเวิร์กกับแบงค์ เป็นการเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสครั้งสำคัญ

           เมื่อรู้ปัญหาแล้วว่า การเงินเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้คนทำงาน “พร่องความสุข” กระทรวงสาธารณสุขจึงเริ่มแผนปฏิบัติการกำจัดจุดอ่อน ด้วยการออกแบบสำรวจ happy money อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 9 พ.ย.-7 ธ.ค. 2560 จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 97,567 คน หรือคิดเป็น 23.2% ของจำนวนคนทำงานทั้งหมด 421,342 คน

           พบว่าคนกระทรวงสาธารณสุข มีหนี้สินครัวเรือนทั้งสิ้น 95,957,348,248 ล้านบาท มีมูลค่าหนี้สินบ้าน วงเงิน 200,000-10,000,000 บาท คิดเป็นยอดหนี้ 20,301 ล้านบาท (16,426 คน) ไม่ผิดนัดชำระ 17,141 ล้านบาท (13,630 คน) มีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยอีกราว 20,000 ล้านบาท

           “ผลจากการสำรวจข้อมูลครั้งนี้ ทำให้คนสาธารณสุขสนใจอยากรีไฟแนนซ์หนี้บ้าน คิดเป็นวงเงินสูงถึง 44,666 ล้านบาท” ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

            ปลายปีที่แล้ว กระทรวงสาธารณสุขเพิ่งให้โบนัสกับคนทำงานที่มีหนี้ติดตัว โดยกระทรวงฯ ไม่ต้องควักเงินสักบาท ด้วยการเจรจารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารไทยพาณิชย์ ขอลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.99% คงที่ 3 ปี และดอกเบี้ย 3% ในปีที่ 4 เป็นต้นไป และเปิดออปชั่นให้คนทำงานเลือกอีกแพกเกจ ดอกเบี้ย 0% ปีแรก 2.98% ปีที่ 2-3 และ 3% ในปีที่ 4 เป็นต้นไป

           “เราวิเคราะห์ตัวเองว่าเราเป็นใคร เราเป็นหน่วยงานรัฐที่มีคนเจนวาย (อายุต่ำกว่า 30 ปี) มาทำงานด้วยมาก เด็กรุ่นนี้กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว ส่วนใหญ่มีหนี้บ้านและรถ เราก็เลยตัดสินใจทำเรื่องบ้านก่อน เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนทำงานไม่มีความสุข

           ปกติบ้านจะมีดอกเบี้ยเฉลี่ย 5.7-6% เรามาตั้งโจทย์ว่า ถ้าลดหนี้บ้านได้แล้ว คนทำงานจะเหลือเงินเก็บได้ไหม? คำตอบคือ ได้ เราเลยพยายามลดดอกเบี้ยบ้านลงจาก 5.7% ลงมาเหลือ 3% ถ้ามีหนี้บ้าน 1,000,000 บาท จะลดดอกเบี้ยเหลือปีละ 30,000 บาท ถ้าเรามีหนี้อยู่ 10,000 ล้านบาท จะประหยัดเงินไปได้ 300 ล้านบาท ตอนแรกธนาคารกรุงไทยไม่ยอมสู้ดอกเบี้ย เพราะทำให้เขาขาดทุน จนมาดิวจบกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะจำนวนคนที่มีมากกว่า 4 แสน ทำให้เราสามารถต่อรองเป็นวอลุ่มได้”

           นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้ลงลึกมาถึงสินเชื่อส่วนบุคคล ที่คิดดอกเบี้ย 20% สามารถต่อรองลงมาเหลือ 7.5% และอยู่ระหว่างเจรจาขอประกันรถยนต์ในราคาต่ำกว่าตลาด รวมถึงรวมตัวกันซื้อรถยนต์ใหม่ยกล็อตทั่วประเทศ เช่น ซื้อ 5,000 คัน จะมีผลทำให้ราคาต่อหน่วยถูกลง จนคนทำงานสามารถเป็นเจ้าของได้ ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขเพิ่งจบดีลกับค่ายมือถือ จัดโปรโมชั่นโทรเดือนละ 100 บาท ได้เน็ตฟรี 2 กิ๊ก ซึ่งถือว่าเป็นดิวที่ดีที่สุดในตลาดเวลานี้

           สรุป 5 มาตรการ แผนสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่

           1. สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้กลไกดอกเบี้ย

           2. เปิดคลินิกสุขภาพทางการเงิน วางแผนทางการเงิน สร้างวินัยการออม

           3. ส่งเสริมการออมแบบขั้นบันได โดยเริ่มต้นการออมจาก 100,000 บาทแรก พร้อมปันผล

           4. ประนอมหนี้ ลดดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลจาก 20% ลงมาเหลือ 7.50%

           5. สวัสดิการอื่นๆ เช่น ประกันภัยรถยนต์ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อมือถือ เป็นต้น

           เมื่อลดภาระหนี้สิน คนทำงานก็ตัวเบา ทำงานอย่างมีความสุข สามารถส่งต่อความสุขไปให้ผู้มาใช้บริการ ภายใต้ชายคาของกระทรวงสาธารณสุข องค์กรต้นทางแห่งความสุข ที่ให้ร่มเงาทั้งคนทำงานและผู้มารับบริการไปพร้อมๆ กัน

 

เรียบเรียงจากงานเสวนาภาคีเครือข่าย หัวข้อ “การขับเคลื่อนครอบครัวอบอุ่นในองค์กรแห่งความสุข” โดยศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ในงานมหกรรมส่งเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม 205 อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ถ.แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี จัดโดย สำนัก 4 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

3 ค่านิยมสร้างคน

            - กรอบการพัฒนาคนของกระทรวงสาธารณสุข เน้นค่านิยมหลัก 3 ประการคือ คนดี มีคุณค่า มีความผาสุก

            - 4 บริบทคนดีแบบกระทรวงสาธารณสุข คือ เป็นนายตัวเอง (Mastery) เร่งสร้างสิ่งใหม่ (Originality) ใส่ใจประชาชน (People centred) และอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility)

            - มีคุณค่าแบบกระทรวงสาธารณสุข คือ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการเรียนรู้

            - มีความผาสุกแบบกระทรวงสาธารณสุข คือ การวัดผลได้ ด้วยการใช้เครื่องมือ มาตรความสุข Happinometer 9 มิติ

 

9 มิติ HAPPINOMETER

คะแนนความสุขคนทำงานสาธารณสุข

1. จิตวิญญาณดี

70.47%

2. น้ำใจดี

68.43%

3. ครอบครัวดี

65.92%

4. สุขภาพดี

65.54%

5. ใฝ่รู้ดี

62.69%

6. สังคมดี

62.48%

7. การงานดี

61.52%

8. ผ่อนคลายดี

55.69%

9. สุขภาพเงินดี

50.65%

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 520 (คุณสุภาณี) ต่อ 536 (คุณพัจนันท์) เบอร์โทรสาร 02-441-9333 เบอร์มือถือ 065-0798997
e-mail: tchs.mu@gmail.com    facebook: HAPPINOMETER    www.HAPPINOMETER.com


Admin
www.free-counter-plus.com

Gercekci videolar pornolar bu adreste. porno