:: คนไทยมีครอบครัว “อบอุ่น-สงบสุข” แต่ยัง ‘ไม่เข้มแข็ง’ พอ
   วันที่ 15 มี.ค. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 240 ครั้ง |

            รายงานผลวิจัยเบื้องต้นหัวข้อ “การสร้างครอบครัวอบอุ่นในองค์กร” จากการสำรวจครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ ในโครงการการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น ไปสู่ครอบครัวสุขภาวะของคนทำงานองค์กรในประเทศไทย ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า มีดัชนีครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ รวม 72.83 คะแนน

            สะท้อนว่า โดยส่วนใหญ่มีครอบครัวอบอุ่นมาก (76.78 คะแนน) มีความสงบสุขมาก (78.95 คะแนน) แต่ยังเข้มแข็งไม่มาก (62.45 คะแนน) เหตุผลเพราะ “ความอบอุ่น” และ “ความสงบสุข” เป็นเรื่องของจิตใจ แต่ “ความเข้มแข็ง” เป็นเรื่องของพฤติกรรม ต้องลงมือทำ ต้องหารายได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว

            รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต (ผู้อำนวยการ) ผศ.ดร.กาญจนา ตั้งชลทิพย์ และ ผศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอข้อมูลเบื้องต้น “ผลการประเมินครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ : คนทำงาน 100 องค์กร” เป็นข้อมูล ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 รวม 52 องค์กร 2,850 คนทำงาน ซึ่งผลสำรวจฉบับเต็มจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561 นี้

            ลักษณะองค์กรของผู้ที่ตอบแบบสำรวจ (เรียงจากมากไปหาน้อย) แบ่งเป็น เอกชน 57% ภาครัฐ 33% รัฐวิสาหกิจ 6% และ วิสาหกิจ เอสเอ็มอี 4%

            สำหรับแบบสำรวจครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ แบ่งเป็น ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับคนทำงาน ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับครอบครัว และครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ ซึ่งแบ่งเป็น 3 หัวข้อย่อยคือ ความอบอุ่น (แบ่งเป็น สัมพันธภาพในครอบครัว และการทำบทบาทหน้าที่) ความสงบสุข และความเข้มแข็ง (แบ่งเป็น การพึ่งพาตนเอง และความเข้มแข็งทางสังคม)

            จำแนกตาม เพศ เป็นหญิง 71% ชาย 28% และเพศทางเลือก 1%

            ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 44% ม.ต้น/ ม.ปลาย 21% สูงกว่าปริญญาตรี 14% ปวช./ ปวส./ อนุปริญญา หรือเทียบเท่า 14% และ ประถม หรือต่ำกว่า 7%

            รุ่นประชากร เจนวาย (อายุต่ำกว่า 30 ปี) 53% เจนเอ็กซ์ (อายุ 30 ปีขึ้นไป) 45% และเบบี้บูมเมอร์ (เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง) 2%

            สถานภาพสมรส แต่งงานและอยู่ร่วมกัน 46% โสด 38% อยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงาน 6% แต่งงานแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 4% หย่า แยกทาง เลิกกัน 4% และเป็นหม้าย 2%

 

            เมื่อถามว่า อยู่ร่วมกับครอบครัวหรือไม่ พบว่า อาศัยอยู่ร่วมกันทุกวัน/ เกือบทุกวัน 63% อยู่บ้างไม่อยู่บ้าง 30% และไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย 7%

            เมื่อถามว่า มีเวลาอยู่กับครอบครัวเพียงพอหรือไม่ พบว่า เพียงพอปานกลาง 30% เพียงพอมาก 26% เพียงพอมากที่สุด 17% เพียงพอน้อย 15% และเพียงพอน้อยที่สุด 12%

            เมื่อถามว่า คนทำงานอาศัยอยู่กับใครบ้าง พบว่า อยู่กันแบบครอบครัวขยาย 44% อยู่กันแบบครอบครัวเดี่ยว 32% อยู่คนเดียว 13% ลักษณะอื่นๆ 9% อยู่กับบุตร 2%

            ลักษณะครอบครัวของคนทำงาน จากการสำรวจครั้งนี้ พบว่า เป็นครอบครัวขยาย 63% ครอบครัวเดี่ยว 30% ครอบครัวลักษณะอื่นๆ 3% ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว 2% และครอบครัวอยู่คนเดียว 2%

            “ดัชนีครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ 72.83 คะแนน คือ อบอุ่นมาก (76.78 คะแนน) สงบสุขมาก (78.95 คะแนน) แต่ยังเข้มแข็งไม่มาก (62.45 คะแนน) มีนัยยะน่าสนใจหลายประการคือ ในภาพรวมครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน (81.83 คะแนน) ถึงแม้จะใช้เวลาทำกิจกรรมด้วยกันน้อย (62.95 คะแนน) คนทำงานส่วนใหญ่ที่มีครอบครัวอบอุ่น จะรู้สึกปลอดภัยในชีวิต (83.22 คะแนน) และได้รับความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ จากครอบครัว (75.81 คะแนน)” รศ.ดร.ศิรินันท์ กล่าว

            ที่น่าสนใจคือ ครอบครัวอบอุ่นส่วนใหญ่ มีความเข้มแข็งในการดูแลกันยามเจ็บป่วย (68.88 คะแนน) แต่ไม่มีเงินทองมากพอ เวลามีปัญหาฉุกเฉิน (48.32 คะแนน)

            นอกจากนี้ ครอบครัวอบอุ่นจะไม่ใช้ความรุนแรงทำร้ายกัน (93.55 คะแนน) แต่ก็ใช้เหตุผลกันน้อยมีเวลามีปัญหา (64.22 คะแนน)

             “สัมพันธภาพในครอบครัว เอื้ออาทรต่อกัน แต่ใช้เวลาร่วมกันเปอร์เซ็นต์น้อยสุด ถ้าเจ็บป่วยสมาชิกจะเกื้อกูลกัน ไม่ทำร้ายร่างกายกัน แต่จะหลักการเหตุผลในการแก้ปัญหาต่ำ” รศ.ดร.ศิรินันท์ กล่าว

            ประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ คือ การศึกษามีผลโดยตรงต่อการสร้างครอบครัวอบอุ่น ยิ่งมีการศึกษามาก (78.28 คะแนน) ยิ่งมีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นมาก ขณะที่การศึกษาขั้นประถมหรือต่ำกว่า มีเพียง 66.54 คะแนน

            ขณะเดียวกัน กลุ่มอายุและเพศก็มีผลต่อครอบครัวอบอุ่น โดยกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ มีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นมากที่สุด 75.45 คะแนน ตามด้วยเจนเอ็กซ์ 74.18 คะแนน และเจนวาย 71.77 คะแนน ในส่วนของเพศ ผู้หญิง (73.36 คะแนน) มีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นมากกว่าผู้ชาย (71.78 คะแนน) ส่วนเพศทางเลือกน้อยสุด (66.57 คะแนน)

            อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ คนทำงานที่มีรายได้มากๆ เกิน 100,000 บาท มีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นมากที่สุด (85.22 คะแนน) ส่วนคนทำงานที่มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท ครอบครัวอบอุ่นน้อยสุด (67.67 คะแนน)

            นอกจากนี้ อายุงานก็มีผลต่อครอบครัวอบอุ่น ถ้าอายุงาน 10 ปีขึ้นไป จะมีคะแนนครอบครัวอบอุ่นสูงสุด (74.73 คะแนน) ถ้าอายุงานไม่ถึงปี จะมีคะแนนน้อยสุด (70.87 คะแนน)

             สรุป ผลเบื้องต้นจากการสำรวจครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ โดยคร่าวๆ 10 ข้อคือ

            1. ครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ ส่วนใหญ่มาจากการแต่งงาน สร้างครอบครัว ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันทุกวัน

            2. อยู่กันแบบครอบครัวขยาย

            3. มีความอบอุ่น มีความสงบสุข แต่ยังไม่เข้มแข็งมาก

            4. มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

            5. ไม่ใช้ความรุนแรงทำร้ายกัน

            6. การศึกษามีผลต่อครอบครัวอบอุ่น

            7. อายุมากมีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นมากกว่าคนอายุน้อย

            8. ผู้หญิงมีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย

            9. เพศทางเลือกมีแนวโน้มครอบครัวอบอุ่นน้อยสุด

            10. รายได้กับอายุงานมีผลต่อครอบครัวอบอุ่น รายได้ดีมีแนวโน้มอบอุ่นมาก ทำงานมานานมีแนวโน้มอุ่นใจได้มากกว่า

 

            เรียบเรียงจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “นวัตกรรมการพัฒนาครอบครัวตามองค์ประกอบครอบครัวอบอุ่น : รูปแบบ เครื่องมือ และ การขับเคลื่อน การสร้างครอบครัวอบอุ่นในองค์กร” ในงานมหกรรมส่งเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม 205 อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ถ.แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี จัดโดย สำนัก 4 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

 

 

 

โครงการ การพัฒนาสร้างเสริมความสุขคนทำงานเพื่อความยั่งยืน โดยการดำเนินงานในรูปแบบ “ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย”
(Healthy Workplace for All: Thailand Centre for Happy Worker Studies: TCHS)

             สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
 โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 540  (คุณวรรณี หุตะแพทย์)  หรือ 02-441-0201-4 ต่อ 520  (คุณสุภาณี ปลื้มเจริญ)


Admin
www.free-counter-plus.com