:: กลยุทธ์กิจกรรม แรงเหวี่ยงสำคัญ จาก “ครอบครัวอบอุ่น” สู่ “ครอบครัวสุขภาวะ”
   วันที่ 01 มิ.ย. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 40 ครั้ง |

 

   เรื่อง... วรรณี หุตะแพทย์

   นักวิจัยโครงการ การพัฒนาสร้างเสริมความสุขคนทางานเพื่อความยั่งยืน

   สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการ การสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น ไปสู่ครอบครัวสุขภาวะของคนทำงานองค์กรในประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

            เป้าหมายเพื่อสร้างเสริม “ครอบครัวอบอุ่น” ของคนทำงานองค์กรในประเทศไทย ไปสู่ “ครอบครัวสุขภาวะ” และติดตามการขับเคลื่อน ครอบครัวอบอุ่นของคนทำงานในองค์กร เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและความผาสุกร่วมกันทั้งคนและองค์กร

            ปลายเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา จึงได้จัดอบรม “หลักสูตรการบริหารจัดการการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นไปสู่ครอบครัวสุขภาวะ” ในองค์กร 20 องค์กร ที่ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการของโครงการฯ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพใน 20 องค์กรดังกล่าว ให้เป็นนักสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นต้นแบบนำร่อง พัฒนาสร้างเสริมให้ครอบครัวคนทำงานในองค์กร เป็นครอบครัวอบอุ่น และ ครอบครัวเข้มแข็ง ต่อไป   

            โดยทั้ง 20 องค์กรเป็นตัวแทนจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และเอสเอ็มอี ที่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นให้เกิดกับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า เกือบทุกองค์กรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นในองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นเพียงองค์กรเดียวที่พบว่า ยังไม่เคยจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านครอบครัวอบอุ่น

            อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เคยจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้มีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมครอบครัวอบอุ่น ในรูปแบบของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ด้วยการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้บุคลากรในองค์กรและสมาชิกในครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมกับองค์กร

            ขณะที่องค์กรอื่น ๆ ที่เคยจัดกิจกรรมครอบครัวอบอุ่น จะมีรูปแบบใกล้เคียงกันคือ การจัดกิจกรรมตามประเพณี วัฒนธรรมของสังคมไทย ได้แก่ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์ การมอบทุนการศึกษาในวันเด็ก การจัดกิจกรรมวันแม่ ทำบุญตักบาตรในวันสำคัญทางศาสนา และจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในวันปีใหม่ กิจกรรมลักษณะนี้จะมีการจัดกิจกรรมในองค์กรเป็นปกติ และมีการเชิญสมาชิกในครอบครัวของบุคลากรให้เข้าร่วมกิจกรรม

            นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมตามปกติขององค์กร เช่น การจัดสัมมนาต่างจังหวัด การจัดกิจกรรมผ่อนคลายภายในองค์กร เช่น โยคะบำบัด การจัดกีฬาสีบุคลากร เป็นต้น กิจกรรมลักษณะเช่นนี้ องค์กรก็เปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวของบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นภายในครอบครัวได้

            ตัวอย่างการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจขององค์กรแห่งหนึ่ง คือ การจัดวันหยุดของพนักงานให้ตรงกับวันเกิด เนื่องจากเป็นองค์กรประเภทสถานพยาบาลที่ลักษณะงานมีความหลากหลาย เช่น ทำงานกะดึก หรือเข้าเวร ทำให้ขาดโอกาสที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวในวันเกิด ดังนั้น กิจกรรมนี้จึงช่วยให้บุคลากรสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวในวันดังกล่าวได้

            สำหรับประโยชน์สำคัญของการจัดกิจกรรม และเปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน คือ การส่งเสริมให้เกิดความผูกพัน สร้างความรัก ความสามัคคี และเกิดการใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวเพิ่มขึ้น

            ข้อสังเกตคือ กิจกรรมที่จัดขึ้นในองค์กร และให้สมาชิกในครอบครัวเข้าร่วมด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่องค์กรมีการจัดกิจกรรมตามปกติให้บุคลากร จึงทำให้การสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นในองค์กรสามารถทำได้จริง โดยเฉพาะหากผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญกิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่เดิมแล้ว เพียงให้สมาชิกในครอบครัวของบุคลากรได้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ก็จะได้ทั้งการส่งเสริมความผูกพันในองค์กร และการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นของบุคลากร

            ตัวอย่างที่น่าสนใจขององค์กรแห่งหนึ่ง คือ การกำหนดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือบุคลากรในเรื่องค่าใช้จ่าย ชื่อกิจกรรม คือ ปลูกผักสร้างรายได้ รูปแบบการทำกิจกรรมนี้ คือ การให้พนักงานปลูกผักที่บ้านและนำมาขายให้กับองค์กร ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมนี้ คือ ครอบครัวของบุคลากรมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และมีความอบอุ่นในครอบครัวเพิ่มขึ้น จากการปลูกผักร่วมกัน สมาชิกในครอบครัวได้มีกิจกรรมร่วมกัน

            ถือเป็นอีกตัวอย่างของการทำกิจกรรมร่วมกัน ที่ไม่มีการใช้งบประมาณที่สูง และทุกครอบครัวสามารถทำได้เอง เพียงแค่การกระตุ้นขององค์กร ก็ทำให้ครอบครัวที่ไม่มีกิจกรรมร่วมกัน ได้ทำกิจกรรมที่ทำได้ทุกครอบครัว เกิดเป็นการสร้างความผูกพัน ความอบอุ่น ความเข้มแข็งให้กับครอบครัวได้ในที่สุด

            นอกจากนี้ ตัวอย่างกิจกรรมในองค์กรที่น่าสนใจ ที่ผู้บริหารองค์กรต้องให้ความสำคัญ จึงจะเกิดขึ้นได้ เช่น ชมรมครอบครัวนมแม่ ซึ่งต้องมีการใช้ทรัพยากรองค์กร เช่น สถานที่ เป็นต้น รูปแบบการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนให้เกิดขึ้นในทุกองค์กร

            อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของงบประมาณ การดูแลสถานที่ ทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องใช้ ทำให้รูปแบบกิจกรรมเช่นนี้ จึงยังไม่แพร่หลายในองค์กรหลายแห่ง โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็ก

            จากการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ พบว่า องค์กรที่มีขนาดใหญ่ สามารถกำหนดกิจกรรมลักษณะนี้ให้เกิดขึ้นได้ นอกจากชมรมครอบครัวนมแม่ ยังพบกิจกรรมลักษณะใกล้เคียงขององค์กรอื่น เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่สำคัญคือ กิจกรรมเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

            สำหรับความคาดหวังในอนาคตขององค์กรทั้ง 20 แห่ง พบว่า มีแนวทางที่จะส่งเสริมกิจกรรมครอบครัวอบอุ่นอย่างชัดเจน เช่น การเชิญให้ผู้บริหารขององค์กรเข้ามามีส่วนร่วมและเห็นความสำคัญ การจัดกิจกรรมที่มีอยู่เดิมอย่างต่อเนื่อง การวัดผลประเมินและติดตามการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมครอบครัวอบอุ่น รวมถึงการวัดผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

            นอกจากนี้ ในบางองค์กรยังมีการตั้งเป้าหมายที่จะต้องให้บุคลากรในองค์กรมีความสุขเพิ่มขึ้น โดยพบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นนักสร้างสุของค์กร ดังนั้น จึงมีความเข้าใจในการจัดกิจกรรม ความสำคัญของการติดตามและประเมินผล และการไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ทำให้ข้อมูลในส่วนนี้ จึงมีการระบุตัวชี้วัดและเป้าหมายที่องค์กรอยากจะไปให้ถึง เช่น

            - กำหนดให้มีการจัดกิจกรรม Happy Family Day ปีละ 2 ครั้ง

            - การประเมินผลความพึงพอใจผู้เข้าร่วมกิจกรรม

            - กิจกรรมดูแลพนักงานโดยการเยี่ยมบ้าน เพื่อเป้าหมายสุดท้ายคือให้พนักงานมีความสุข

            - กำหนดให้ค่าคะแนนความสุขด้านครอบครัวต้องเพิ่มขึ้นเป็น 70 คะแนน

            - กำหนดให้กิจกรรมส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นเป็นนโยบายหลักขององค์กร เป็นต้น

             โดยสรุป จะพบว่า องค์กรมีกิจกรรมส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นในรูปแบบของการให้สมาชิกในครอบครัว เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในองค์กร และสมาชิกในครอบครัวสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้ เป็นการสร้างเสริมความอบอุ่นให้กับครอบครัว ให้สมาชิกในครอบครัวได้มีกิจกรรมร่วมกัน มีการใช้เวลาร่วมกัน

            อย่างไรก็ตาม กิจกรรมลักษณะนี้จะเป็นการจัดกิจกรรมตามวันสำคัญทางประเพณีและศาสนา ความต่อเนื่องของกิจกรรม ที่จะสร้างให้เกิดความอบอุ่น สามัคคีในครอบครัวให้เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง จึงเป็นได้ยาก เช่น เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง เป็นต้น

            ขณะที่บางกิจกรรมที่องค์กรมีการจัดขึ้นโดยเฉพาะและสมาชิกในครอบครัวสามารถเข้าร่วมได้ และเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ก็จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้เกิดขึ้นได้ระยะยาว ขึ้นอยู่กับทรัพยากรในองค์กร ผู้บริหาร นโยบายการบริหารงาน และความเข้มแข็งของนักสร้างสุขครอบครัวอบอุ่น ที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน ให้กิจกรรมครอบครัวอบอุ่นเกิดขึ้นได้ในองค์กร

            ทั้งนี้ องค์กรที่ให้ข้อมูลต่างก็มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นมาโดยตลอด และความคาดหวังขององค์กรต่อการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นในอนาคตตามที่ได้ให้ข้อมูลมา ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง

          ดังนั้น เป้าหมายที่นักสร้างสุขครอบครัวอบอุ่นกำหนดไว้ จึงความเป็นไปได้ที่จะไปได้ถึงเป้าหมาย หรือความคาดหวังที่กำหนดไว้

 

เรียบเรียงจากการจัดอบรมหลักสูตร การเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นไปสู่ครอบครัวสุขภาวะ สำหรับนักสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นต้นแบบนำร่อง วันที่ 19-20 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ห้องบัวหลวง ชั้น 10 โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท อาคารศูนย์การค้าเชียร์ รังสิต ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

 

นิยาม “ครอบครัวอบอุ่น”

เข้าใจกัน-คุยกันได้ทุกเรื่อง

 

            ผลการศึกษาจาก 20 องค์กรที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นไปสู่ครอบครัวสุขภาวะ ส่วนใหญ่ให้ความหมายของคำว่า “ครอบครัวอบอุ่น” ไปในทิศทางเดียวกันคือ มุ่งไปที่ความรัก ความผูกพัน และการมีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว

            กล่าวคือ ส่วนใหญ่ให้ความหมายว่า การที่สมาชิกในครอบครัวเข้าใจกัน พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ให้อภัยกัน และรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน (ร้อยละ 33.3) โดยที่ สมาชิกในครอบครัวมีความเอื้ออาทรกัน ห่วงใยกัน อยู่เคียงข้างกัน คอยให้กำลังใจกัน และพร้อมที่จะช่วยเหลือได้ตลอดเวลา (ร้อยละ 26.7)

            นอกจากนี้ยังให้ความหมาย ในมุมของความเป็นครอบครัว โดยให้ความหมายว่า ครอบครัวอบอุ่น จะต้องเป็นครอบครัวที่มีความสุข มีความรัก มีความสัมพันธ์ที่ดี อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข (ร้อยละ 36.7) มีเพียงส่วนน้อยที่กล่าวถึงเรื่องการมีสุขภาพกายดีและมีสุขภาพจิตดี (ร้อยละ 3.3)

            ขณะเดียวกัน ผู้เข้ารับการอบรมยังบอกส่วนประกอบที่สำคัญของ “ครอบครัวอบอุ่น” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยลำดับคำตอบที่กล่าวถึงจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดคือ ครอบครัวอบอุ่นต้องมีความรัก (ร้อยละ 76.0) มีสมาชิกในครอบครัว (ร้อยละ 38.0) เศรษฐกิจในครอบครัวดี (ร้อยละ 16.0) และสมาชิกในครอบครัวต้องมีสุขภาพกายดี/สุขภาพจิตดี (ร้อยละ 10.0)

            โดยกิจกรรมที่เข้าได้กับการสร้างเสริม “ครอบครัวอบอุ่น” ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่ทำภายในบ้าน เป็นกิจกรรมที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพียงแต่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว เช่น การปลูกต้นไม้ การทำอาหาร การทำงานบ้าน การดูทีวี และการรับประทานอาหารร่วมกัน (ร้อยละ 60.0) ในขณะที่การไปทำกิจกรรมนอกบ้านก็ถูกกล่าวถึงไม่น้อย ได้แก่ การไปท่องเที่ยวร่วมกัน (ร้อยละ 30.0) และการไปออกกำลังกายหรือไปเล่นกีฬาด้วยกัน (ร้อยละ 10.0)

            ผู้เข้าอบรมทั้งหมดเห็นด้วยว่า กิจกรรมการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นของคนทำงาน จะต้องได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันไม่ว่าจะเป็นระดับผู้บริหารองค์กร ระดับหัวหน้างาน รวมถึงระดับปฏิบัติงาน ด้วยเหตุผลที่ว่า ครอบครัวมีอิทธิพลต่อจิตใจของทุกคน รวมถึงคนทำงาน (ร้อยละ 58.9) หากคนทำงานมีครอบครัวดี (มีความอบอุ่น มีความรัก มีความเอื้ออาทร เป็นต้น) งานจะออกมาดี จะเป็นประโยชน์กับองค์กร (ร้อยละ 32.1) และส่งผลต่อสังคมที่ดีต่อไป (ร้อยละ 8.9)

            จากข้อมูล พบว่า มากกว่าครึ่งของผู้เข้าอบรม กล่าวว่า จุดแข็งของการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นในองค์กรของตัวเองคือ “นโยบายขององค์กร” ที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรม เช่น การมีโครงการ happy work place การมีนโยบายสนับสนุนให้คนในครอบครัวอยู่ด้วยกัน เป็นต้น  (ร้อยละ 58.1)

            ในขณะที่บางส่วนกล่าวถึงการที่องค์กรให้ความสำคัญกับระบบครอบครัว กล่าวคือ หากจะรับคนเข้าทำงานใหม่ จะเลือกคนที่มีญาติพี่น้องอยู่ในที่ทำงานก่อน (ร้อยละ 44.2) มีส่วนน้อยที่กล่าวถึงจุดแข็งของการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นคือ ขนาดขององค์กร องค์กรขนาดใหญ่ย่อมทำได้ดีกว่าองค์กรขนาดเล็ก (ร้อยละ 2.3)       

            จุดแข็งขององค์กรในเรื่องการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น ควรต้องรักษาจุดแข็งดังกล่าวให้คงอยู่ด้วยการรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหว่างคนทำงานในองค์กร (ร้อยละ 41.2) โดยช่วยเหลือกันอยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง (ร้อยละ 35.3) และให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกิจกรรมสร้างความสุขอย่างต่อเนื่อง (ร้อยละ 23.5)

            ขณะเดียวกัน ในเรื่องของจุดอ่อนในการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นของคนทำงานในองค์กร พบว่า จุดอ่อนที่สำคัญและมีการกล่าวถึงมากที่สุดคือ ปัญหาการสื่อสาร ปัญหาการทำความเข้าใจกับพนักงาน รวมถึงปัญหาการประชาสัมพันธ์จูงใจให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม (ร้อยละ 40.7)

            ในขณะที่บางองค์กรจัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่น แต่ในทางปฏิบัติพนักงานไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เนื่องจากการทำงานโอทีมากเกินไป การไม่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องจากต้องทำงานเป็นกะ หรือกิจกรรมที่มีทำเพียงครั้งเดียวไม่ต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ (ร้อยละ 33.3) และยังพบว่า คนทำงานแต่ละคนมีความคิดเห็น หรือทัศนคติเรื่องครอบครัวแตกต่างกัน อาจเกิดจากบริบทของครอบครัว ซึ่งทำให้ไม่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม (ร้อยละ 25.9) 

 

------------------------------------------------------------

 

ตารางแสดงจำนวนผู้เข้าอบรม “หลักสูตรการบริหารจัดการการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นไปสู่ครอบครัวสุขภาวะ” จำนวน 20 องค์กร

 

เพศ

จำนวน

ร้อยละ

เพศชาย

14

28.0

เพศหญิง

36

72.0

รวม

50

100.0

 
 

ตารางแสดงความหมายของครอบครัวอบอุ่น

 

ความหมายของครอบครัวอบอุ่น

จำนวน

ร้อยละ

เข้าใจกัน/พูดคุยกัน/ให้อภัยกัน/รับฟัง

30

33.3

เอื้ออาทร/ห่วงใย/ช่วยเหลือ/อยู่เคียงข้าง/ให้กำลังใจ

24

26.7

รักกัน/มีความสุข/มีความสัมพันธ์ที่ดี/อยู่กันอย่างสงบสุข

33

36.7

สุขภาพกายดี/สุขภาพจิตดี

3

3.3

                   รวม

90

100.0

 

 

ตารางแสดงส่วนประกอบของครอบครัวอบอุ่น

 

ส่วนประกอบของครอบครัวอบอุ่น

จำนวน

ร้อยละ

สุขภาพจิตดี/สุขภาพกายดี

5

10.0

เศรษฐกิจในครอบครัวดี

8

16.0

ความรัก

38

76.0

สมาชิกในครอบครัว

19

38.0

                   รวม

70

100.0

 

 

ตารางแสดงกิจกรรมการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น

 

กิจกรรมการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น

จำนวน

ร้อยละ

ท่องเที่ยว

18

30.0

ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา

6

10.0

ปลูกพืช/ทำอาหาร/ทำงานบ้าน/ดูทีวี/ทานข้าว

36

60.0

                   รวม

60

100.0

 

 

ตารางแสดงเหตุผลที่คนในองค์กรทุกระดับต้องช่วยกันสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น

 

เหตุผลที่คนในองค์กรทุกระดับต้องช่วยกันสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น

จำนวน

ร้อยละ

ครอบครัวมีอิทธิพลต่อจิตใจทุกคน

33

58.9

ครอบครัวดีส่งผลให้สังคมย่อมดี

5

8.9

ครอบครัวดี การงานดี/ประโยชน์กับองค์กร

18

32.1

                        รวม

56

100.0

 

 

ตารางแสดงจุดแข็งของการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นในองค์กร

 

จุดแข็งของการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นในองค์กร

จำนวน

ร้อยละ

ครอบครัวไทยให้ความสำคัญระบบเครือญาติ

19

44.2

นโยบายขององค์กร เช่น การประชาสัมพันธ์ การมีโครงการ happy work place ให้คนในครอบครัวอยู่ที่เดียวกัน

25

58.1

ขนาดขององค์กร

1

2.3

                   รวม

45

100.0

 

 

ตารางแสดงแนวทางการรักษาจุดแข็งของการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น

 

แนวทางการรักษาจุดแข็งของการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น

จำนวน

ร้อยละ

รักษาสัมพันธภาพที่ดี

14

41.2

อยู่กันแบบพี่น้อง

12

35.3

สนับสนุนกิจกรรมสร้างความสุข

8

23.5

                   รวม

34

100.0

 

 

ตารางแสดงจุดอ่อนของการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นในองค์กร

 

จุดอ่อนของการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่นในองค์กร

จำนวน

ร้อยละ

การสื่อสาร/การทำความเข้าใจกับพนักงาน/การจูงใจ

11

40.7

การปฏิบัติไม่สอดคล้องกับการเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่น เช่น ให้ทำโอทีมากไป/การทำงานเป็นกะ/ทำกิจกรรมไม่ต่อเนื่อง

9

33.3

ทัศนคติ/บริบท ของแต่ละครอบครัวต่างกัน

7

25.9

                        รวม

27

100.0

 

 

 

ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 520 (คุณสุภาณี) ต่อ 536 (คุณพัจนันท์) เบอร์โทรสาร 02-441-9333 เบอร์มือถือ 065-0798997
e-mail: tchs.mu@gmail.com    facebook: HAPPINOMETER    www.HAPPINOMETER.com


Admin
www.free-counter-plus.com

Gercekci videolar pornolar bu adreste. porno