:: 3 คำถามวัดใจ ‘ความสุข’ คนทำงาน
   วันที่ 02 มี.ค. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 229 ครั้ง |

นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ (ที่ 2 จากขวามือ)

 

          บ่อยครั้งเวลาไปตรวจสุขภาพใจคนทำงานในที่ต่างๆ “นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์” ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มักตั้ง 3 คำถามง่ายๆ กับพนักงานว่า

            1. ทำงานได้ อย่างที่ตัวเองต้องการไหม

            2. ดูแลชีวิตตัวเองได้ไหม

            3. อยู่ในที่ทำงานได้ไหม

            ทั้งสามคำถามนี้จะนำไปสู่ไส้ในของการทำงานอย่างมีความสุขจริงๆ

            คนส่วนใหญ่ทำงานได้ แต่ดูแลชีวิตตัวเองไม่ได้เต็มที่ หลายคนทนใช้ชีวิตไม่ได้ ที่ต้องเดินทางไกลมาทำงาน ตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 และใช้เวลาต่อรถอีกหลายทอด

            “ถ้าบ้านคุณอยู่ไกล คุณจะไม่มีความสุขในการทำงานเลย เพราะเป็นปัญหาที่เจอทุกวัน ชีวิตมันเศร้านะ ที่ต้องลาออกเพราะสภาพการเดินทาง ทำให้ใช้ชีวิตไม่ได้ บางคนไม่ได้มีปัญหากับที่ทำงานเลย แต่คู่ครองอยู่กันคนละที่ ไปรับไปส่งกันลำบาก ต้องตัดสินใจลาออกก็มี”

            ถ้าหลายคนสอบผ่าน 2 คำถามแรก ชีวิตก็จะได้ไปต่อกับคำถามที่ 3 คุณสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในที่ทำงานได้ไหม บางคนไม่ชอบกฎระเบียบอันเคร่งครัด บางคนไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน และอีกไม่น้อยอึดอัดกับระบบการทำงานของบริษัท

            จะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้มีคนทำงานไม่น้อยกำลัง “ทนทุกข์” กับสภาวะที่ต้องเผชิญ จากทั้ง 3 คำถามนี้

            แต่ถ้าคุณสอบผ่านทั้ง 3 คำถาม แปลว่า คุณโชคดีมากที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา และองค์กรก็โชคดีเช่นกันที่พนักงานตีตั๋วอยู่กันยาวกับบริษัท ช่วยกันทำมาหากิน

            สองปีที่แล้ว บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเสนอ รายงานดัชนีความสุขของพนักงานประจำปี 2559 เปรียบเทียบคนทำงาน 7 ประเทศในเอเชีย พบว่า ฟิลิปปินส์นำมาเป็นอันดับหนึ่ง 73% อินโดนีเซีย อันดับสอง 71% ไทย อันดับสาม 61% เวียดนาม อันดับสี่ 60% ฮ่องกง อันดับห้า 57% สิงคโปร์ อันดับหก 48% และมาเลเซีย อันดับเจ็ด 47%

            “ทำไมความสุขของคนทำงานฟิลิปปินส์ถึงสูง ทั้งๆ ที่ถ้าดูในแง่ผลผลิตจากการทำงาน ฟิลิปปินส์ ไม่มีทางสู้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ในทางกลับกัน ทำไมผลผลิตจากการทำงานของทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง สูงมาก ขนาดที่ว่าไปแข่งความสามารถระดับโลกได้เลย แต่ปัญหาคือ ทำไมความสุขถึงน้อยจัง”

            ความสุดโต่งระหว่าง 2 ตัวแปรคือ ผลผลิตจากการทำงาน (performance) และ ความสุขจากการทำงาน จากงานวิจัยชิ้นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคนและองค์กรต่างไปไม่สุดทั้งคู่ บทบาทของ “นักสร้างสุขในองค์กร” จึงต้องทำหน้าที่ถ่วงสมดุลให้งานโอเค และชีวิตคนทำงานก็โอเคไปด้วย

          “ทำยังไงถึงจะหาจุดสมดุลของการทำงานให้ได้ เพราะถ้าดูให้ดีๆ องค์กรทุกองค์กรวันนี้ จะไปโหมดของ สิงคโปร์ กับ มาเลเซีย กันหมดเลย คือ ทำให้ผลผลิตดีขึ้น ด้วยการทำงานหนักขึ้น”

            นายแพทย์ชาญวิทย์ตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้ตัวดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (Key Performance Indicator : KPI) เป็นตัวบังคับให้คนต้องทำงานหนักขึ้นหรือไม่ และถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราควรจะตั้งคำถามว่า KPI เป็นสิ่งผิดหรือถูกสำหรับการบริหารองค์กรยุคนี้ ทำให้ความโดดเด่นขององค์กรมาจากโหมดผลลัพธ์ของงาน แต่กลับมองไม่เห็นบรรยากาศความสุขในการทำงาน ดังนั้น นักสร้างสุขต้องผสานให้ภาพของ ผลลัพธ์ในการทำงาน กับความสุขในการทำงาน เป็นเรื่องเดียวกัน และต้องไปด้วยกัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้

            เราอยู่ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ยิ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นเท่าใด วิถีการทำงานก็เปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น กระแสข่าวการปรับลดพนักงานของธนาคารไทยพาณิชย์ออกอีกเกือบหมื่นคน แล้วเอาระบบไอทีมาแทนที่ คำตอบเห็นอยู่ชัดๆ แล้วว่า คนทำงานแบงค์จะต้องตกงาน เพราะแทบไม่มีโอกาสย้ายงาน

            อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ การขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ก็ยังคงมีต่อไป ภายใต้ “เครื่องมือ 7H” ได้แก่ 3H ในมิติทางสังคม คือ Hope เห็นความหวังในองค์กร Happiness เห็นบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และ Harmony ทำให้คนรู้สึกเป็นทีมเดียวกัน

            และ 4H ในมิติของคน คือ Head คิดเป็น Hand ทำเป็น Health การมีสุขภาพที่ดี และ Heart มีหัวใจที่แข็งแกร่ง ทะยานไปสู่เป้าหมายได้

            เขาสรุปว่า บทบาทของนักสร้างสุขในการผ่อนเบาทุกข์ของคนทำงานคือ ถ้าใครช่วยตัวเองได้ ทำเองได้ วิ่งถึงเป้าหมายเองได้ เราอย่าไปยุ่ง แต่ถ้าใครช่วยตัวเองไม่ได้ ทำเองไม่ได้ และยังหาเป้าหมายไม่เจอ เราต้องรีบเข้าไปชาร์จ เพื่อทำให้คนกลุ่มนี้มีความสุข และไปร่วมด้วยช่วยกันทำให้เป็นองค์กรแห่งความสุข

 

(เรียบเรียงจากงานอบรมเชิงปฏิบัติการ R2H-Happy University “Walk & Run to Happy MU : ขับเคลื่อนการบริหารจัดการองค์ความรู้ สู่ความสุขในการทำงานของนักสร้างสุขมหาวิทยาลัยมหิดล” วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2561 เวลา 9.00-9.30 น. ณ ห้องประชุม ประชาสังคมอุดมพัฒน์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล)

ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 520 (คุณสุภาณี) ต่อ 536 (คุณพัจนันท์) เบอร์โทรสาร 02-441-9333 เบอร์มือถือ 065-0798997
e-mail: tchs.mu@gmail.com    facebook: HAPPINOMETER    www.HAPPINOMETER.com


Admin
www.free-counter-plus.com

Gercekci videolar pornolar bu adreste. porno